Email Pwd. สมัครสมาชิก | ลืมรหัส?
 
 
 
 

ปั้นบ้านดินกลางเวียง…โมเดลลดขยะเมืองเชียงใหม่..เอาขี้เหยื้อมาแป๋งเป๋นบ้าน



 
วิกฤตมลพิษทางอากาศหรือวิกฤตหมอกควันเป็นปัญหาที่รุมเร้าในภาคเหนือตอนบนมาตลอดช่วงระยะ 3 4 ปีที่ผ่านมา ต้นเหตุหลักที่ชัดเจนล้วนเกิดจากฝีมือของมนุษย์เป็นอันดับแรก ทั้งจากการเผาขยะ การจุดเผาป่า หรือการเผาไหม้เพื่อทำการเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือ รวมถึงการเผาเพื่อปลูกพืชเกษตรแบบ Contract Farming ในประเทศเพื่อนบ้าน และด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์โดยเฉพาะพื้นที่เชียงใหม่ ลำพูน อยู่ในสภาวะ Subsidence Inversion ที่เป็นแอ่งกระทะกักควัน ทำให้ประชากรใน 2 พื้นที่ต้องเผชิญปัญหาความรุนแรงนี้หนักหนากว่าพื้นที่อื่นๆ

          เหตุและปัจจัยดังกล่าวได้จุดประกายให้นักวิจัยกลุ่มศึกษาเมืองและสิ่งแวดล้อม  สถาบัน วิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับมูลนิธิสถาบันพัฒนาเมือง (เชียงใหม่) ดำเนินโครงการ แป๋งขี้เหยื้อหื้อเป๋นทุนเพื่อลดการเผาขยะ

 

                                         

 

          ดร.ดวง จันทร์ อาภาวัชรุตม์ เจริญเมือง เลขานุการมูลนิธิสถาบันพัฒนาเมือง (เชียงใหม่) และหัวหน้าโครงการวิจัย แป๋งขี้เหยื้อหื้อเป๋นทุนเพื่อลดการเผาขยะปีที่ 3: เอา ขี้เหยื้อมาแป๋งเป๋นบ้าน เล่าว่า ช่วง 2 ปีแรกที่ทำโครงการแป๋งขี้เหยื้อหื้อเป๋นทุนเพื่อลดการเผาขยะ ถ้าพิจารณาจากตัวชี้วัดด้านจำนวนการเผาและปริมาณขยะลดลงเกินเป้าหมายร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 46 ในปีที่ 1 และเป็นร้อยละ 55 ในปีที่ 2 ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายที่ได้วางไว้ คือ สามารถสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนและองค์กรต่างๆมีมุมมองในการจัดการวัสดุเหลือ ใช้โดยไม่เผา แต่ในกระบวนการผลิตในการจัดการขยะแบบของเสียเหลือศูนย์ก็ยังคงเหลือเศษวัสดุ ประเภทยาง เศษผิวไม้ไผ่ เศษผ้า ซึ่งหากไม่มีวิธีการจัดการที่ดี ประชาชนก็จะยังคงนำวัสดุเหล่านี้ซึ่งจะก่อมลพิษตามมาอย่างแน่นอน


         

        

 ดัง นั้น โครงการแป๋งขี้เหยื้หื้อเป๋นทุนในปีที่ 3 จึงมีความคิดว่าจะนำวัสดุที่เหลือจากการผลิตเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ สูงสุด และสามารถได้ใช้วัสดุในปริมาณที่มาก จึงเกิดการวิจัยต่อเนื่องที่นำมาสู่ความคิดนอกกรอบในการนำวัสดุเหลือใช้ ต่างๆเหล่านั้นมาพัฒนาเป็นวัสดุก่อสร้างอาคาร ซึ่งก็เป็นที่มาของการสร้าง บ้านดินกลางเวียง เอาขี้เหยื้อมาแป๋งเป๋นบ้าน 

          ขี้ เหยื้อก็คือ ขยะ เชียงใหม่มีปริมาณขยะมากในแต่ละวัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เผากัน เราพยายามคิดนอกกรอบ ก็เลยมีไอเดียเอาขยะที่เคยถูกเผามาสร้างเป็นบ้านดิน เป็นวัตถุประสงค์หลักของเราที่ต้องการลดการเผาซึ่งก็จะช่วยลดปัญหามลพิษทาง อากาศหรือปัญหาหมกควันได้มาก เพราะสร้างบ้านดินหนึ่งหลังต้องใช้วัสดุเหลือใช้หรือขยะในปริมาณมาก


         

        

 บ้าน ดินที่นำเอาเศษวัสดุเหลือใช้มาสร้างบ้าน หรือเอาขี้เหยื้อมาแป๋งเป๋นบ้าน ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในการใช้ผนังบ้านดินเป็นที่ฝังกลบวัสดุเหลือใช้จากการ ประกอบการต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะถูกนำไปกำจัดโดยการเผา เป็นการสร้างมลพิษทางอากาศอย่างไม่สิ้นสุดให้แก่เมืองเชียงใหม่ นี่คือวัตถุประสงค์หลักของโครงการ นอกจากนี้ ยังเป็นการพัฒนาวัสดุก่อสร้างจากสิ่งของเหลือใช้สำหรับที่จะนำไปก่อสร้าง บ้านได้ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้มีรายได้น้อย หรือคนทั่วไปที่ชอบบ้านลักษณะนี้


          

       

  เรา อยากให้บ้านดินหลังนี้เป็นโมเดลของการจัดการของเสีย เศษขี้เหยื้อหรือขยะที่เราใช้โดยนำเศษยางพื้นรองเท้าแตะและขี้กบไม้สักมาผสม กับก้อนดิน ซึ่งทำให้ก้อนอิฐดินดิบรับแรงน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้มากขึ้นถึงร้อยละ 15 ของก้อนดินที่ไม่ได้ผสมวัสดุอะไรเลย และถ้าเรานำก้อนอิฐดินหลายๆก้อนมารวมเข้ากันและฉาบผิวก็จะยิ่งรับแรงเพิ่ม ขึ้นได้อีกร้อยละ 23 ซึ่งวัสดุเหลือใช้ที่เคยถูกเผาประมาณ 2 ตันได้ถูกฝังกลบอยู่ในกำแพงบ้านดินหลังนี้ อย่างหลังคาของบ้านเราก็ใช้กล่องนมยูเอชทีและกล่องน้ำผลไม้ที่ทิ้งในกองขยะ ในโรงเรียนต่างๆ ซึ่งบางโรงเรียนก็กำจัดโดยการเผา เรานำวัสดุเหล่านั้นมาดัดแปลงนำมามุงเป็นหลังคา หรืออย่างแกนกระดาษของม้วนไวนีลที่นำมาทำป้ายโฆษณา เราก็นำมาทำเป็นโครงสร้างหลังคาห้องน้ำ เฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ การตกแต่งทุกอย่างผลิตจากวัสุเหลือใช้ทั้งสิ้น

          ทั้ง นี้ วัสดุเหลือใช้ที่ถูกเผามีคุณสมบัติที่ดีอยู่หลายส่วน เช่น ยางพื้นรองเท้ามีรูพรุน น้ำหนักเบา แต่มีความยืดหยุ่นสูง เศษผ้าก็มีคุณสมบัติดีคือมีความเหนียว เป็นเส้นใย วัสดุพวกนี้เมื่อถูกเผาก็จะก่อมลพิษ เป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป็นสารก่อมะเร็ง ถ้าเรานำมาผสมดินเพื่อสร้างบ้านดินก็ต้องใช้ปริมาณมาก การเผาก็จะลดลง ซึ่งในข้อเท็จจริงก็คือ บ้านดินทำหน้าที่เหมือนพื้นที่ในการฝังกลบเศษวัสดุ (Landfill)  ซึ่งวัสดุเหลือใช้เหล่านั้นก็จะทำให้ก้อนอิฐดินที่ก่อเป็นบ้านดินมีความแข็งแรงมากขึ้น

          เรา ใช้พื้นที่ภายในศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ แหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน ที่ดำเนินการโดยมูลนิธิสถาบันพัฒนาเมือง (เชียงใหม่) เป็นสถานที่ก่อสร้างบ้านดิน เราอยากให้เป็นโมเดลของการจัดการวัสดุเหลือใช้หรือขยะโดยไม่ต้องเผา ซึ่งทำได้จริงและอยู่อาศัยได้จริง  มีความคงทน สวยงาม และราคาถูก ช่วยแก้ปัญหาความยากจนได้ เพราะคนมีรายได้น้อยสามารถสร้างบ้านเองได้ในราคาถูก ถ้ามีบ้านดินแบบนี้เยอะๆ ขยะที่จะถูกนำไปเผาก็จะลดลง มลพิษทางอากาศของเชียงใหม่ก็จะลดลงตามไปด้วย เรากำลังคิดกันว่าจะนำแนวคิดนี้ไปทำในเชิงธุรกิจบ้างคือ รับสร้างบ้านดิน เพื่อนำรายได้เข้ามาสนับสนุนมูลนิธิฯของเราให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน


         

         

บ้าน ดินหลังนี้จึงมีความพิเศษและมีความแตกต่างจากบ้านดินทั่วๆไป ที่เราได้เห็นรูปธรรมของการจัดการขยะด้วยวิธีการจัดการแบบของเสียเหลือศูนย์ ทั้งยังเป็นต้นแบบที่จะจุดประกายให้มีการนำเศษวัสดุเหลือใช้หรือขยะใน พื้นที่ต่างๆมาเป็นส่วนผสมในการก่อร่างสร้างบ้านดินเพิ่มมากขึ้น อันจะช่วยทำให้การจัดการขยะแบบผิดวิธีที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศจากการเผา ในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่อื่นๆลดน้อยลงในอนาคต

          เป็นการคิดนอกกรอบในการหวนกลับสู่ธรรมชาติและพึ่งตัวเองได้อย่างแท้จริง

โดย : Sakuya | โพสท์ : 20 | ตอบ : 11 | วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ 2554 17:11:20
[แจ้งข้อมูลไม่เหมาะสม]
ความคิดเห็นทั้งหมด 0 ความคิดเห็น | จำนวนหน้าทั้งหมด 0 หน้า

การแสดงความคิดเห็น กรุณาลงทะเบียนสมาชิกก่อนนะครับ

ลงทะเบียนสมาชิกใหม่

 
 
 

หน้าหลัก

 

รู้จัก CUSC


สัญลักษณ์องค์กร
วิสัยทัศน์ พัธกิจและคุณค่า
ประวัติความเป็นมา
คณะทำงาน

งานของเรา


บ้านดินกลางเวียง
ผลิตภัณฑ์ด้านโลกร้อน (CUSC shop)
น้ำดื่มสมุนไพร (CUSC drink)
วารสารเชียงใหม่ปริทัศน์
หน้งสือเชิงวิชาการ

ข่าวประชาสัมพันธ์


กิจกรรมของศูนย์
ประเด็นร้อน
บทความ
เอกสารเผยแพร่
 

เว็บบอร์ด

 

ติดต่อเรา

 
© Copyright 2002, Urban Development Institute Foundation, All right preserved

Urban Development Institute Foundation
37 Ratchawitee Rd., Tambon Sriphoom, Amphoe Muang ,Chiang Mai 50200 , Thailand Tel. +66 53 326560