ธเนศวร์ เจริญเมือง ระหว่างข้อเรียกร้องต้องการของสังคม กับวัตถุดิบที่ป้อนให้กับสังคม ความพอดีมีอยู่ตรงจุดใด ไม่มีใครตอบได้ชัดเจน แต่ที่แน่ๆ ในช่วงทศวรรษที่ 2500 ขณะที่สังคม ไทยกำลังขยายตัวในด้านเศรษฐกิจ เริ่มการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า มีการสร้างทางหลวงสายสำคัญเพื่อเป้าหมายทั้งเศรษฐกิจและการเมือง มีการพัฒนาบ้าน เมืองไปสู่ความทันสมัย ดังที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ –
ผู้นำรัฐบาลในยุคนั้นเสนอคำขวัญที่ว่า
“น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีงานทำ.....”
มีการรณรงค์ให้สังคมไทยได้รับรู้ความยิ่งใหญ่และสนุกสนานของสงกรานต์เชียงใหม่ตลอดจนแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและธรรมชาติอันงดงามตั้งแต่
พ.ศ. 2503 เป็นต้นไป (อันเป็นการขายทั้งศิลปวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยว
ซึ่งเป็นเศรษฐกิจภาคบริการแบบใหม่ที่ได้รับการส่งเสริมจากประเทศตะวันตก) มีการก่อตั้งสถาบันอุดมศึกษาของประเทศ
ในเวลาไล่เลี่ยกัน (คือ นิด้า พ.ศ. 2504,มช. พ.ศ. 2507, ขอนแก่น พ.ศ. 2508, และสงขลา พ.ศ. 2509)
นามของสตรีชาวเชียงใหม่ผู้หนึ่งก็ได้รับกล่าวขวัญถึงอย่างมากในระดับประเทศ
นั่นคือ นักเขียนที่ใช้นามว่า “อ.
ไชยวรศิลป์” คุณอำพัน ไชยวรศิลป์
เป็นลูกข้าราชการคนเมือง เกิดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2461 ที่อำเภอสูงเม่น จ. แพร่ ต่อจากนั้นก็ย้ายตามครอบครัวมาเรียนหนังสือที่เชียงใหม่
ที่โรงเรียนคริสต์ประดิษฐ์มโนวงศ์ ต่อจากนั้น ก็ย้ายบิดาไปเรียนตามโรงเรียนต่างๆหลายจังหวัด เช่น กรุงเทพฯ
สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น คุณอำพันก็ย้ายกลับมาเรียนที่โรงเรียนดาราวิทยาลัย เชียงใหม่ จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
คุณอำพันเป็นนักเขียน เธอได้ผลิตผลงานเขียนหลายประเภท และมีจำนวนทั้งหมดราว 300 กว่าชิ้น จากการสำรวจในปี พ.ศ. 2519 เป็นงานเรื่องสั้น 200 กว่าเรื่อง เป็นนิยายขนาดยาว 30 เรื่อง บทละคร 1 เรื่อง งานสารคดีกว่า 100 เรื่อง
และเป็นงานค้นคว้าเมืองเหนือในอดีตจำนวนหนึ่ง (เช่น เรื่องแก่งอาบนาง-ผาอธิษฐาน,
เมงรายกำเนิด, และ นิยายเมืองเหนือ)
เธอใช้นามปากกา
อ. ไชยวรศิลป์ สำหรับการเขียนเรื่องสั้น และนวนิยาย ใช้นามว่า อสิธารา
สำหรับงานประเภทสารคดีและงานเขียนคอลัมน์ ส่วนนามปากกา เอื้อ อรทัย ใช้ในงานคอลัมน์ตอบปัญหาชีวิต
งานเรื่องสั้นและนวนิยายสร้างชื่อให้แก่ผู้เขียนมากที่สุด
เช่น ริมฝั่งแม่ระมิงค์ มนต์แม่ระมิงค์ แทบฝั่งอิระวดี ค่าควรเมือง ไม่สิ้นสวาท คุณนาย คุณหญิงภูธร เทพธิดาดิน เทพบุตรบาป เกษกนก แม่สายสะอื้น รักนั้นนิรันดร วังนางฟ้า เอื้องม่านฟ้า ดาวประดับใจ ส่องหล้า ในสวรรค์ ฯลฯ
มีนวนิยาย2 เรื่องที่มีผู้นำไปทำภาพยนตร์
คือ เอื้องม่านฟ้า (เปลี่ยนชื่อเป็นคู่สร้าง) ในปี พ.ศ. 2512 และ ริมฝั่งแม่ระมิงค์ (สร้างปี พ.ศ. 2515) นวนิยายส่วนใหญ่ที่เหลือถูกนำไปทำเป็นบทละครวิทยุ
นอกจากนี้ คุณอำพัน ยังได้รับรางวัลจากงานเขียนสารคดีชื่อ
นิยายเมืองเหนือ จากยูเนสโก พ.ศ. 2510 คุณอำพันถึงแก่กรรมในวันที่24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2533 ที่โรงพยาบาลพญาไท รวมอายุได้ 72 ปี
งานของคุณอำพันมีลักษณะสำคัญอย่างน้อย 3 ข้อ คือ หนึ่ง ผู้เขียนรักและภาคภูมิใจในแผ่นดินบ้านเกิด งานแทบทุกชิ้นเน้นประเด็นความรู้สึกดังกล่าวในยามที่ประเทศของเราในยุคเผด็จการ ทุกอย่างกระจุกตัวอยู่แต่ในเมืองหลวง ต่างจังหวัดขาดโครงการพัฒนาแทบทุกด้าน การสถาปนาสถาบันอุดมศึกษาในหัวเมืองสำคัญๆของประเทศ และการสร้างถนนมิตรภาพที่ราบเรียบและกว้างสี่เลน จึงเป็นความยิ่งใหญ่ที่คนในยุคนั้นได้เห็น
สอง ผู้เขียนพยายามเน้นเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ ศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นให้คนอ่านได้รับรู้ ในยามที่ประวัติศาสตร์ในยุคนั้น (และยุคไหนๆ)
รวมศูนย์เรื่องราวต่างๆเฉพาะสุโขทัย-อยุธยา-รัตนโกสินทร์
และสาม ผู้เขียนเน้นบทบาทของสตรี ศักดิ์ศรีของสตรี การเป็นคนที่มุ่งสร้างความดี ทำงานหนัก รับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว และความรัก ไม่เอาเปรียบคนอื่น ไม่ทำตัวอ่อนแอเพื่อคิดจะหาประโยชน์จากผู้อื่น และที่สำคัญหญิงกับชายย่อมเท่าเทียมกัน เคารพซึ่งกันและกัน และไม่เอาเปรียบกัน
คุณอำพันเป็นแบบอย่างของสาวเหนือที่เข้มแข็ง มุ่งมั่นทำงาน และสร้างงานที่มีคุณภาพ เธอเป็นแบบอย่างของปัญญาชนรุ่นเก่าที่ปรารถนาจะสืบสานศิลปวัฒนธรรมและสติปัญญาของคนในท้องถิ่นให้คนรุ่นใหม่ได้ทราบ
ภารกิจของคนเมืองรุ่นใหม่ที่ควรศึกษาจากเธอก็คือ
ศึกษาค้นคว้าหาองค์ความรู้ต่างๆในท้องถิ่นที่ยังมีไม่ครบเพื่อสืบสานภารกิจที่คุณอำพันได้สร้างไว้เมื่อ4 ทศวรรษที่แล้ว อีกทั้งสำแดงความเป็นสตรีสาวเหนือที่เข้มแข็งในโลกปัจจุบัน
โลกที่สายฝนกระหน่ำ-ภาวะน้ำท่วม-ป่าถูกทำลาย-พื้นที่ชายฝั่งหดตัว-อากาศเปลี่ยนแปลง โลกที่แต่ละชีวิตต้องหยุดคิด และหันมาดูแลสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น.