บุญวรรณี
วัดอุโมงค์เถรจันทร์เป็นวัดหนึ่งในเชียงใหม่ที่มีความเก่าแก่ไม่แพ้วัดอื่น
จกการพูดคุยกับเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันท่านเล่าว่าวัดนี้เก่าแก่ตั้งแต่ครั้งพญามังรายสร้างเมืองเชียงใหม่
จึงมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีไม่แพ้วัดเชียงหมั้น ท่านเล่าว่าเดิมวัดนี้ชื่อวัดโพธิ์น้อยหรือวัดสรีน้อยกลางเวียง
เป็นวัดราษฎร์ที่พญามังรายทรงสร้างขึ้นเป็นวัดแรกในเมืองเชียงใหม่
จากนั้นจึงให้สร้างวัดนางเหลียว(ปัจจุบันอยู่ในบริเวณโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย)
และวัดเชียงหมั้นตามลำดับ ตำนานของวัดอุโมงค์เถรจันทร์เล่าว่าพญามังรายต้องการให้เมืองเชียงใหม่มีอายุหมั้นยืนยาวจึงให้บันทึกว่ามีการสร้างวัดเชียงหมั้นเป็นวัดแรกก่อนสร้างวัดอื่น
แต่เรื่องราวของวัดนี้ตามที่ท่านเจ้าอาวาสเล่าไม่ปรากฎมีในหลักฐานเหมือนกับประวัติวัดเชียงหมั้นสมควรที่จะมีการค้นคว้าศึกษาต่อไป
จารึกที่สร้างในสมัยพญากือนาเล่าว่าเจ้าอาวาสองค์หนึ่งของวัดนี้มีนามว่าพระมหาเถรจันทร์ ซึ่งเป็นพระธุดงค์ต่อมาไปจำพรรษาอยู่ที่วัดอุโมงค์
เมื่อพญากือนาต้องการฟังธรรมมักให้คนไปนิมนต์พระเถระรูปนี้มาแสดงธรรม มหาเถรจันทร์จึงกลับมาจำพรรษาที่วัดนี้เป็นครั้งคราว ต่อมาพญากือนาจึงสร้างเจดีย์องค์เล็กมีอุโมงค์ติดกับพระวิหารสำหรับเป็นสถานที่ให้มหาเถรจันทร์ปฏิบัติธรรม
ณ วัดโพธิ์น้อยแห่งนี้ ตั้งแต่นั้นมาจึงเรียกวัดแห่งนี้ว่าวัดอุโมงค์เถรจันทร์
อุโบสถของวัดแห่งนี้มีพระพุทธรูปองค์ประธานเป็นพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะเป็นพระสิงห์แบบเชียงใหม่ประดิษฐานอยู่
เรียกว่าพระเจ้าทันใจ ภายในอุโบสถมีการติดตั้งโคมไฟฟ้าไว้ตำแหน่งต่างๆ
สำหรับให้ความสว่างขณะที่พระสงฆ์ทำวัตรเช้า
วันหนึ่งเมื่อทำวัดเช้าเสร็จแล้วพระสงฆ์ลืมปิดไฟในอุโบสถ
จึงค้นพบว่าโดยบังเอิญว่าพระพุทธรูปประธานที่ประดิษฐานในอุโบสถมีลักษณะของพระพักตร์เปลี่ยนแปลงไปมาหลายอารมณ์
เช่น เมื่อเปิดไฟพระพุทธรูปมีใบหน้าเคร่งขรึมสงบสำรวม เมื่อปิดไฟกลับแสดงสีพระพักตร์คล้ายใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส และถ้าหาเปิดไฟบางดวงในตำแหน่งที่แตกต่างกันสีพระพักตร์ก็จะให้อารมณ์ที่แตกต่างกันไปหลายรูปแบบ
วัดนี้เป็นวัดที่ตั้งอยู่กลางเมืองเชียงใหม่
จึงมีชาวต่างชาติแวะเข้ามาเยี่ยมชมมากมายวัดหนึ่ง และยังตั้งอยู่ใกล้กับมูลนิธิสถาบันพัฒนาเมือง(เชียงใหม่)อีกด้วย
หากผู้ใดสนใจสามารถเข้าไปกราบนมัสการพระประธานในอุโบสถได้
โดยทางวัดได้เปิดให้เข้าชมภายในอุโบสถและมีภิกษุสามเณรคอยอำนวยความสะดวก เปิดปิดไฟและอธิบายให้เราสังเกตดูสีพระพักตร์ของพระเจ้าทันใจที่เปลี่ยนแปลงไปในอารมณ์ที่แตกต่างกันด้วย