Email Pwd. สมัครสมาชิก | ลืมรหัส?
 
 
 
 

มาลดการกินเนื้อสัตว์เพื่อสิ่งแวดล้อมโลก



 

ประศักดิ์ ถาวรยุติการต์

ไนโตรเจน อันเกิดจากการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ ก่อให้เกิดมลพิษขึ้นโดยที่คนทั่วไปไม่ทราบ และสิ่งนี้ทำให้ประเทศในยุโรปต้องสูญเสียเงินถึงปีละ 1.4แสนล้านบาท มาดูซิว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรและจะลดได้อย่างไรและประเทศไทยเรามีปัญหานี้หรือไม่

ในอากาศจะมีปริมาณกาซไนโตรเจน78% ก๊าซนี้มีสมบัติค่อนข้างเฉื่อย แต่หากถูกความร้อนในเครื่องยนต์ก็จะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนได้ไนตริกออกไซด์(NO)ซึ่งหากมีแสงแดดก็จะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศได้ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2)นอกจากนี้การเกิดฟ้าแลบ ฟ้าผ่าก็จะเปลี่ยนไนโตรเจนไปเป็นสารพวกออกไซด์ของไนโตรเจนได้

            ดังนั้นเมืองที่มีรถยนต์มากและมีแสงแดดจ้าจึงมักจะเกิดมลพิษทางอากาศที่เรียกว่าหมอกควันที่เกิดจากปฏิกิริยาทางเคมีของแสง(Photochemical Reaction ) ทำให้เกิดสารพิษที่เป็นพวกออกไซด์ของไนโตรเจนและโอโซน ซึ่งล้วนเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ

            แต่ภาวะมลพิษที่เกิดจากไนโตรเจนที่ทำให้ยุโรปต้องสูญเงินจำนวนมหาศาลนั้น เกิดจากการทำเกษตรกรรมและปศุสัตว์เพราะว่าปุ๋ยไนโตรเจน เช่น แอมโมเนียมไนเตรต ยูเรีย เมื่อลงไปในดินจะถูกพวกจุลินทรีย์เปลี่ยนเป็นไนตรัสออกไซด์ (N2O) ซึ่งสารนี้จะทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 310 เท่า เมื่อไนตรัสออกไซด์ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ กลายเป็น

ไนตริกออกไซด์ (NO) แล้ว ไนตริกออกไซด์ก็จะทำปฏิกิริยากับโอโซนในชั้นโอโซนที่ป้องกันรังสียูวีไม่ให้เข้ามาสู่ผิวโลกมากเกินไป เกิดเป็นไนโตรเจนไดออกไซด์

            โดยที่ไนตรัสออกไซด์ที่เกิดจากการเกษตรควบคุมยากที่สุด เพราะว่าเกิดมาจากหลายๆแหล่ง การที่ยุโรปต้องการอาหารมากจึงต้องใช้ปุ๋ยมาก นอกจากนี้การทำปศุสัตว์เป็นสาเหตุอีกประการที่ทำให้เกิดภาวะมลพิษของไนโตรเจนมากที่สุด เพราะว่ามูลสัตว์ทำให้เกิดไนตรัสออกไซด์และก๊าซมีเธน  ซึ่งมีเธนจะดูดแสงแดดได้ดีกว่าคาร์บอนไดออกไซด์20 เท่า

             ภาวะมลพิษของไนโตรเจนยังเกิดจากยานพาหนะที่ใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และอุตสาหกรรมทุกอย่างที่ใช้เครื่องยนต์และใช้เชื้อเพลิงไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเตา น้ำมันก๊าด แอลพีจี และก๊าซธรรมชาติ มีการคำนวณว่าแต่ละปีทั่วโลกผลิตไนตรัสออกไซด์ประมาณ 6.6 ล้านตัน

            จากการศึกษาของผู้เชี่ยวชาญในยุโรปจำนวน200 คน บอกว่าภาวะมลพิษของไนโตรเจนเป็นตัวการสำคัญ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าที่ยุโรปต้องจ่ายเป็นเงินประมาณ 1.4.แสนล้านบาทต่อปี และบอกด้วยว่าแหล่งของภาวะมลพิษของไนโตรเจนมาจากภาคเกษตรกรรม 70 %

             วิธีแก้ปัญหาวิธีหนึ่งก็คือ การใช้ปุ๋ยไนโตรเจนแบบมีประสิทธิภาพอย่างไร นอกจากจะลดไนตรัสออกไซด์ ยังเป็นการลดปริมาณพลังงานที่ต้องใช้ในการผลิตปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืชและสัตว์ รวมทั้งประหยัดเงินของเกษตรกรด้วย

             วิธีที่สองซึ่งจะมีประสิทธิภาพมากกว่าเพื่อลดปริมาณไนตรัสออกไซด์ ก็คือหันมากินเนื้อสัตว์ให้น้อยลงหรือให้น้อยที่สุด เพราะว่าอาหารสัตว์เป็นแหล่งผลิตไนตรัสออกไซด์80% ของปริมาณที่เกิดจากภาคเกษตรกรรมและสัตว์เลี้ยง

             หากผู้คนหันมากินโปรตีนจากพืชได้ก็จะเป็นการลดปริมาณก๊าซพิษตัวนี้ได้อย่างมาก เป็นวิธีที่จะช่วยลดโลกร้อนได้ดีที่สุด

             ดังนั้นผู้คนที่ทานอาหารมังสวิรัติ ที่บอกว่าไม่ต้องการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตแล้ว ยังเป็นผู้ที่ช่วยเหลือโลกจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย เป็นการช่วยเหลือสิ่งแวดล้อมโลกซึ่งนับวันจะเลวร้ายลง

             ประเทศไทยเราเป็นประเทศกสิกรรม จึงเป็นประเทศที่ก่อให้เกิดไนตรัสออกไซด์จำนวนมากด้วย เป็นประเทศที่มีการใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง  ยากำจัดวัชพืชมากที่สุดในภูมิภาค

             นอกจากนี้การทำนาที่มีน้ำขังก็ยังทำให้เกิดการเน่าของพืชสลายตัวเกิดเป็นมีเธน  ดังนั้นเราจะได้ยินจากประเทศกลุ่ม อียู ว่า ประเทศเราจะต้องลดปริมาณการเพาะปลูก เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน ทั้งที่แท้จริงแล้วข้าวโพด มันสำปะหลังที่เราปลูกมากมายก็เพื่อทำอาหารสัตว์ใช้ในประเทศและส่งออกไปในประเทศกลุ่มอียูและประเทศอื่นๆ ซึ่งเขาก็จะเอาไปทำเป็นอาหารสัตว์เช่นกัน จะมาบอกว่าประเทศเราก่อให้เกิดไนตรัสออกไซด์เพียงแต่ผู้เดียวก็ไม่ถูกต้องทั้งหมด  เพราะว่าเขาเป็นคนก่อทางอ้อม

             นอกจากนี้ประเทศไทยเรามีการใช้ไบโอดีเซล ที่เอาน้ำมันปาล์มมาทำเป็นสารที่ผสมเข้ากับน้ำมันดีเซล เรียกว่าไบโอดีเซลและการใช้แก๊สโซฮอล์ ก็เป็นการผลิตเอทานอล จากพวกอ้อย มันสำปะหลัง แล้วเอาไปผสมกับน้ำมันปิโตรเลียม หรืออาจจะใช้แทนเลยก็ได้ อย่างเช่น ประเทศบราซิล

             การปลูกมันสำปะหลัง อ้อย ยางพารา ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี จึงก่อให้เกิดภาวะมลพิษของไนโตรเจน ดังนั้นการโฆษณาว่าใช้ไบโอดีเซล  แก๊สโซฮอล์ แล้วจะเป็นการลดภาวะมลพิษทางอากาศ ก็คงมีการลดลงเล็กน้อยในการใช้ แต่ที่ก่อให้เกิดภาวะมลพิษในขณะที่ปลูกไม่ได้นำมาคิด การปลูกพืชเหล่านี้ต้องใช้น้ำจำนวนมาก ที่เห็นชัดคือสามารถลดปริมาณการนำเข้าน้ำมันปิโตรเลียมได้เล็กน้อย  แต่คิดแล้วไม่คุ้มกับผลเสียทางด้านสิ่งแวดล้อม เพราะว่ายังต้องใช้ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้าอีกมาก

             เพราะเหตุนี้ประเทศไทยเรารวมทั้งทั่วโลก จึงเกิดสถานการณ์อาหารแพงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากค่าปุ๋ย ค่ายาฆ่าแมลง  ยาฆ่าหญ้า แพงมากขึ้น  จากการแย่งปุ๋ย ยาฆ่าแมลงไปปลูกพืชเพื่อพลังงาน รวมทั้งแย่งพื้นที่ดินและน้ำ จวบกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีผลต่อผลผลิตทางการเกษตร ก็ทำให้มีความเสี่ยงต่อราคาอาหารมากขึ้นด้วย

             กล่าวโดยสรุป การที่ประเทศยุโรปต้องสูญเสียเงินจำนวนมหาศาลจากการเกิดภาวะมลพิษของไนโตรเจน ก็มาจากการที่ต้องกินเนื้อจำนวนมาก ประชากรสามารถลดปริมาณสารพิษได้โดยลดการกินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง ประเทศไทยก็ควรลดการกินเนื้อสัตว์ด้วย ส่วนการลดคาร์บอนไดออกไซด์ก็ต้องลดการใช้พลังงานไฟฟ้า พลังงานเครื่องยนต์  ลดการใช้ปุ๋ยเคมี การใช้น้ำ ซึ่งเชียงใหม่ของเราก็สามารถที่จะทำได้ด้วย เพื่อเป็นการช่วยลดความรุนแรงที่จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นการลดเพื่อสิ่งแวดล้อมโลกได้

                

 

โดย : | โพสท์ : | ตอบ : | วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ 2554 16:00:14
[แจ้งข้อมูลไม่เหมาะสม]
ความคิดเห็นทั้งหมด 0 ความคิดเห็น | จำนวนหน้าทั้งหมด 0 หน้า

การแสดงความคิดเห็น กรุณาลงทะเบียนสมาชิกก่อนนะครับ

ลงทะเบียนสมาชิกใหม่

 
 
 

หน้าหลัก

 

รู้จัก CUSC


สัญลักษณ์องค์กร
วิสัยทัศน์ พัธกิจและคุณค่า
ประวัติความเป็นมา
คณะทำงาน

งานของเรา


บ้านดินกลางเวียง
ผลิตภัณฑ์ด้านโลกร้อน (CUSC shop)
น้ำดื่มสมุนไพร (CUSC drink)
วารสารเชียงใหม่ปริทัศน์
หน้งสือเชิงวิชาการ

ข่าวประชาสัมพันธ์


กิจกรรมของศูนย์
ประเด็นร้อน
บทความ
เอกสารเผยแพร่
 

เว็บบอร์ด

 

ติดต่อเรา

 
© Copyright 2002, Urban Development Institute Foundation, All right preserved

Urban Development Institute Foundation
37 Ratchawitee Rd., Tambon Sriphoom, Amphoe Muang ,Chiang Mai 50200 , Thailand Tel. +66 53 326560