Email Pwd. สมัครสมาชิก | ลืมรหัส?
 
 
 
 

มัดมือควายคนล้านนา



 

นิคม พรหมมาเทพย์

                ย่างเข้าเดือนสิบเอ็ดเหนือเดือนเก้าใต้บรรดาชาวนาต่างรู้สำนึกบุญคุณของเจ้า ทุยหรือประดาควายวัวทั้งหลายที่ช่วยเอาแรงมาลากคันไถให้ไถนาจนหมดสิ้น พื้นที่ทำนาไม่ว่าสิบไร่ร้อยไร่ก็แรงวัวควายเหล่านี้แหละที่พลิกฟื้นผืนนา ให้เหลวเละเป็นที่รองรับกล้าข้าวปักชำเต็มผืนนารอเวลาเป็นต้นข้าวให้รวงงาม ในอนาคต

เมื่อฤดูการไถนาสิ้นสุดลง บรรดาวัวควายก็ชักจะหมดความหมาย หรือไม่มีประโยชน์ในการลากคันไถอีกต่อไป  คราวนี้แหละจะเห็นถึงจิตสำนึกของเจ้าของวัว ควาย  บางคนเมื่อสิ้นการไถนาก็จะขายวัวควาย หรือไม่ก็ฆ่าวัว ควายที่เคยใช้แรงงานช่วยไถนาเพราะเห็นว่าไม่มีประโยชน์ต่อไปอีกแล้ว จึงมีคำพังเพยกล่าวกันว่า  "  เสร็จนาฆ่าโคถึก"   เป็นคำเปรียบว่าเป็นคนที่ไร้ความสำนึกในบุญคุณ  หรือเอากันง่ายๆเจ็บๆหน่อยก็ว่า  อกตัญญูแท้ๆ.... เอาละ  ส่วนเจ้าของวัวควายที่เห็นคุณค่าของสัตว์เลี้ยงที่ช่วยทำนา  บรรดาท่านเหล่านี้จะประกอบพิธีเรียกขวัญควาย(อ่านว่า  เฮียกขวันควาย) หรือท้องถิ่นบางแห่งว่า  มัดมือควาย

ขั้นตอนคร่าวๆ  จะมีการเตรียมดาเครื่องสักการะเช่น ข้าวตอกดอกไม้  ธูปเทียน   อาหารใส่ในขันโตกคล้ายกับจะเลี้ยงคนนั่นเอง มีที่แผกออกไปหน่อยคือหญ้าอ่อนกองใหญ่สำหรับให้วัวควายมาคาบกินขณะที่กำลัง กระทำพิธี

เมื่อถึงเวลา  เจ้าพิธีหรือเจ้าของควายจะนำขันโตกใส่อาหารเหมือนจะเลี้ยงผู้คนพร้อมหญ้าอ่อนฟ่อนใหญ่กองโต และเครื่องสักการะมาที่บริเวณพิธี  นำวัว หรือควายมาผูกไว้ใกล้ๆ นำสวยดอกไม้ผูกมัดติดกับเขาทั้งซ้ายขวาถือว่านั่นคือมือของวัวควายนั่นเอง   พ่อหมอพิธีหรือเจ้าของวัวควายก็จะกล่าวโองการฮ่ำฮิ ฮ่ำไฮ  คือว่าพรรนาความสำคัญของวัวควาย  ที่ได้ช่วยทำนา  บางครั้งเจ้าของอาจพลั้งเผลอ  ด่า ว่า กล่าว เฆี่ยนตีให้เจ็บปวดในขณะที่ลากคันไถ มาบัดนี้สิ้นการไถนาก็มาขอสุมาอภัยกันเสียในตอนที่ทำพิธีมัดมือวัวควายนี้

หลังจากนี้แล้วบางเจ้าของจะปล่อยวัวควายไปหากินตามป่าเขา นานๆทีจึงไปหาตรวจดูว่าพวกมันนอนค้างอ้างแรมกันที่ดอยใด  หรือบางแห่งหากไม่มีดอยก็จะเลี้ยงดูวัวควายไว้ในบ้าน ทุ่งกว้างเป็นอย่างดี

มาบัดนี้ แม้ว่าไม่ใช้วัวควายไถนาเพราะใช้รถไถนาแทน  บางเจ้าของ  บางท้องถิ่นก็จะมีสวยดอกไม้ผูกมัดที่มือรถไถแทนวัวควาย เพื่อเป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงาม

ข้อสำคัญของเรื่องอยู่ที่ว่า  ทำไมต้องเอาเรื่องเก่าๆมาเล่า  บางท่านอาจเห็นว่ามันหมดเวลา ล้าสมัยไปแล้ว การทำนาปัจจุบันใช้รถไถ ใช้เครื่องมือเก็บเกี่ยวรวงข้าว เดี๋ยวเดียวก็เสร็จ  นำข้าวไปขายได้เงินเร็วจี๋กว่าสมัยก่อนที่ต้องเอาแรงวัวควายมาช่วยทำนา แล้วยังต้องมาทำพิธีงี่เง่าผูกมัดมือควายกันอีก... วัวควายมันมีมือที่ไหน....มีแต่เขาซ้ายขวา กลับอุปโลกน์กันแบบไม่หล้วกหรือไม่ฉลาดเอาเสียเลย.....

อะ ฮ้า...ช้าๆหน่อย องค์ความรู้ของการผูกมือวัวควายไม่ได้อยู่ที่ล้าสมัยหรือทันสมัย  แต่มันอยู่ที่จิตสำนึก  คุณธรรมที่เห็นคุณค่าของผู้มีพระคุณ   คนสมัยก่อนแม้จะเป็นสัตว์เลี้ยงเจ้าของยังสำนึกในพระคุณ มีความกตัญญู กตเวทีให้แก่สัตว์เลี้ยง

การรู้สำเหนียกบุญคุณย่อมเป็นสมบัติอันดีของผู้คนทุกยุค  ทุกสมัยตราบที่โลกใบนี้ยังมีคนอยู่  ผลย่อมทำให้สังคมโลกอยู่กันเป็นสุข

นี่คือองค์ความรู้ที่ได้จากพิธีการมัดมือวัวควายของผู้คนล้านนา.....

 

โดย : | โพสท์ : | ตอบ : | วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ 2554 16:06:16
[แจ้งข้อมูลไม่เหมาะสม]
ความคิดเห็นทั้งหมด 0 ความคิดเห็น | จำนวนหน้าทั้งหมด 0 หน้า

การแสดงความคิดเห็น กรุณาลงทะเบียนสมาชิกก่อนนะครับ

ลงทะเบียนสมาชิกใหม่

 
 
 

หน้าหลัก

 

รู้จัก CUSC


สัญลักษณ์องค์กร
วิสัยทัศน์ พัธกิจและคุณค่า
ประวัติความเป็นมา
คณะทำงาน

งานของเรา


บ้านดินกลางเวียง
ผลิตภัณฑ์ด้านโลกร้อน (CUSC shop)
น้ำดื่มสมุนไพร (CUSC drink)
วารสารเชียงใหม่ปริทัศน์
หน้งสือเชิงวิชาการ

ข่าวประชาสัมพันธ์


กิจกรรมของศูนย์
ประเด็นร้อน
บทความ
เอกสารเผยแพร่
 

เว็บบอร์ด

 

ติดต่อเรา

 
© Copyright 2002, Urban Development Institute Foundation, All right preserved

Urban Development Institute Foundation
37 Ratchawitee Rd., Tambon Sriphoom, Amphoe Muang ,Chiang Mai 50200 , Thailand Tel. +66 53 326560