นิคม พรหมมาเทพย์
ย่างเข้าเดือนสิบเอ็ดเหนือเดือนเก้าใต้บรรดาชาวนาต่างรู้สำนึกบุญคุณของเจ้า
ทุยหรือประดาควายวัวทั้งหลายที่ช่วยเอาแรงมาลากคันไถให้ไถนาจนหมดสิ้น พื้นที่ทำนาไม่ว่าสิบไร่ร้อยไร่ก็แรงวัวควายเหล่านี้แหละที่พลิกฟื้นผืนนา
ให้เหลวเละเป็นที่รองรับกล้าข้าวปักชำเต็มผืนนารอเวลาเป็นต้นข้าวให้รวงงาม ในอนาคต
เมื่อฤดูการไถนาสิ้นสุดลง
บรรดาวัวควายก็ชักจะหมดความหมาย หรือไม่มีประโยชน์ในการลากคันไถอีกต่อไป คราวนี้แหละจะเห็นถึงจิตสำนึกของเจ้าของวัว
ควาย บางคนเมื่อสิ้นการไถนาก็จะขายวัวควาย
หรือไม่ก็ฆ่าวัว ควายที่เคยใช้แรงงานช่วยไถนาเพราะเห็นว่าไม่มีประโยชน์ต่อไปอีกแล้ว จึงมีคำพังเพยกล่าวกันว่า " เสร็จนาฆ่าโคถึก" เป็นคำเปรียบว่าเป็นคนที่ไร้ความสำนึกในบุญคุณ
หรือเอากันง่ายๆเจ็บๆหน่อยก็ว่า อกตัญญูแท้ๆ.... เอาละ
ส่วนเจ้าของวัวควายที่เห็นคุณค่าของสัตว์เลี้ยงที่ช่วยทำนา บรรดาท่านเหล่านี้จะประกอบพิธีเรียกขวัญควาย(อ่านว่า เฮียกขวันควาย)
หรือท้องถิ่นบางแห่งว่า มัดมือควาย
ขั้นตอนคร่าวๆ จะมีการเตรียมดาเครื่องสักการะเช่น
ข้าวตอกดอกไม้ ธูปเทียน อาหารใส่ในขันโตกคล้ายกับจะเลี้ยงคนนั่นเอง มีที่แผกออกไปหน่อยคือหญ้าอ่อนกองใหญ่สำหรับให้วัวควายมาคาบกินขณะที่กำลัง
กระทำพิธี
เมื่อถึงเวลา เจ้าพิธีหรือเจ้าของควายจะนำขันโตกใส่อาหารเหมือนจะเลี้ยงผู้คนพร้อมหญ้าอ่อนฟ่อนใหญ่กองโต
และเครื่องสักการะมาที่บริเวณพิธี นำวัว หรือควายมาผูกไว้ใกล้ๆ นำสวยดอกไม้ผูกมัดติดกับเขาทั้งซ้ายขวาถือว่านั่นคือมือของวัวควายนั่นเอง
พ่อหมอพิธีหรือเจ้าของวัวควายก็จะกล่าวโองการฮ่ำฮิ ฮ่ำไฮ คือว่าพรรนาความสำคัญของวัวควาย ที่ได้ช่วยทำนา บางครั้งเจ้าของอาจพลั้งเผลอ ด่า ว่า กล่าว เฆี่ยนตีให้เจ็บปวดในขณะที่ลากคันไถ
มาบัดนี้สิ้นการไถนาก็มาขอสุมาอภัยกันเสียในตอนที่ทำพิธีมัดมือวัวควายนี้
หลังจากนี้แล้วบางเจ้าของจะปล่อยวัวควายไปหากินตามป่าเขา
นานๆทีจึงไปหาตรวจดูว่าพวกมันนอนค้างอ้างแรมกันที่ดอยใด หรือบางแห่งหากไม่มีดอยก็จะเลี้ยงดูวัวควายไว้ในบ้าน ทุ่งกว้างเป็นอย่างดี
มาบัดนี้ แม้ว่าไม่ใช้วัวควายไถนาเพราะใช้รถไถนาแทน
บางเจ้าของ บางท้องถิ่นก็จะมีสวยดอกไม้ผูกมัดที่มือรถไถแทนวัวควาย เพื่อเป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงาม
ข้อสำคัญของเรื่องอยู่ที่ว่า
ทำไมต้องเอาเรื่องเก่าๆมาเล่า บางท่านอาจเห็นว่ามันหมดเวลา ล้าสมัยไปแล้ว
การทำนาปัจจุบันใช้รถไถ ใช้เครื่องมือเก็บเกี่ยวรวงข้าว เดี๋ยวเดียวก็เสร็จ นำข้าวไปขายได้เงินเร็วจี๋กว่าสมัยก่อนที่ต้องเอาแรงวัวควายมาช่วยทำนา
แล้วยังต้องมาทำพิธีงี่เง่าผูกมัดมือควายกันอีก... วัวควายมันมีมือที่ไหน....มีแต่เขาซ้ายขวา กลับอุปโลกน์กันแบบไม่หล้วกหรือไม่ฉลาดเอาเสียเลย.....
อะ ฮ้า...ช้าๆหน่อย
องค์ความรู้ของการผูกมือวัวควายไม่ได้อยู่ที่ล้าสมัยหรือทันสมัย แต่มันอยู่ที่จิตสำนึก
คุณธรรมที่เห็นคุณค่าของผู้มีพระคุณ คนสมัยก่อนแม้จะเป็นสัตว์เลี้ยงเจ้าของยังสำนึกในพระคุณ
มีความกตัญญู กตเวทีให้แก่สัตว์เลี้ยง
การรู้สำเหนียกบุญคุณย่อมเป็นสมบัติอันดีของผู้คนทุกยุค
ทุกสมัยตราบที่โลกใบนี้ยังมีคนอยู่ ผลย่อมทำให้สังคมโลกอยู่กันเป็นสุข
นี่คือองค์ความรู้ที่ได้จากพิธีการมัดมือวัวควายของผู้คนล้านนา.....